FED กำลังเปลี่ยนเกมการลงทุนโลกทั่ว และ SET50 กำลังจะบวกแรง
หลังจากนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (FED) กล่าวต่อคณะกรรมาธิการบริการการเงินประจำสภาผู้แทนราษฎร 4 ข้อมูล คือ
- มุมมองทางเศรษฐกิจ GDP ปี 2566 +3.1% รับการบริโภคขยายตัว แต่ภาคอสังหาริมทรัพย์ชะลอตัวเพราะดอกเบี้ยสูง โดยอัตราดอกเบี้ยที่สูงยังส่งผลต่อการลงทุนภาคธุรกิจทรงตัว
- การจ้างงานขยายตัว โดยอัตราการว่างงานยังคงใกล้ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 3.7%
- อัตราเงินเฟ้อขยายตัวลดลง แต่ยังมากกว่าเป้าหมายของ FED ที่ 2% โดย PCE +2.4%
- FED ได้ส่งสัญญาณเกี่ยวดอกเบี้ย โดย FED มองดอกเบี้ยที่ 5.5% น่าจะเป็นจุดสูงสุดในการใช้นโยบายการเงินแบบเข้มงวดรอบนี้ และมองว่าการลดดอกเบี้ยไวไปจะสร้างความเสี่ยง และทำให้ FED ต้องขึ้นดอกเบี้ยต่อ แต่หากลดดอกเบี้ยช้าไปการจ้างงานสหรัฐฯจะอ่อนแอ สรุปคือ นักลงทุนต้องลุ้นทุกตัวเศรษฐกิจ เพราะ FED พิจารณาจากตัวเลขเศรษฐกิจหากมีสัญญาณชะลอหรือไม่
โดยตัวเลขเศรษฐกิจหากมีสัญญาณชะลอได้แก่
- ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) หดตัวติดต่อกัน 2 ไตรมาส
- อัตราการว่างงานเพิ่มสูงขึ้น
- เงินเฟ้อ อยู่ในระดับต่ำหรือติดลบ
- ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค และ ดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจลดลง
- ยอดขายปลีก และ การลงทุนภาคเอกชน ลดลง
- ภาคการผลิต และการส่งออก ลดลง
และสัญญาณเงินเฟ้อชะลอตัว คือ
- ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ขยายตัวในอัตราที่ช้าลง
- ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ขยายตัวในอัตราที่ช้าลง
- ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น น้ำมันดิบและโลหะลดลง
- ผู้บริโภคเริ่มชะลอการใช้จ่าย
- ธุรกิจเริ่มปรับลดราคาสินค้า
- อัตราเงินเฟ้อคาดการณ์ว่าจะอยู่ในระดับที่ต่ำลง
สรุปหากมีสัญญาณการลดดอกเบี้ยจาก FED จะส่งผลบวกต่อ SET50
- ทิศทางเศรษฐกิจโลกขยายตัว นักลงทุนจะเริ่มมีความหวังที่จะหาตอบแทนที่สูง และส่งออกมีโอกาสขยายตัว
- นโยบายการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทยมีโอกาสลดดอกเบี้ยตาม FED ทำให้ต้นทุนทางการเงินลดลง

