ค่าเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯมีผลต่อราคาทองคำไทยอย่างไร และการวิเคราะห์ค่าเงินบาทปี 2564
ค่าเงินบาทถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อราคาทองคำในประเทศ เนื่องจากการแข็งค่าของค่าเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ทำให้ราคาทองคำไทยปรับลดลง แต่หากค่าเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนค่า กระทบต่อการปรับขึ้นต่อราคาทองคำไทย
แล้วค่าเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯจะเคลื่อนไหวจากประเด็นอะไรบ้าง
- ดุลการชําระเงินของไทย
- นโยบายทางการเงินของไทย
- US Dollar Index
- การระบาดโควิด-19 ระลอกใหม่ในไทยกดดันเศรษฐกิจไทย
เริ่มที่ดุลการชำระเงินของไทย คืออะไร?
ธุรกรรมทางการค้าและการเงินระหว่างประเทศว่าการอธิบายแบบนักเศรษฐศาสตร์เข้าใจยากไป ผมขออธิบายภาษาคนทั่วไปดีกว่า ดุลการชำระเงิน คือ การแลกเปลี่ยนเงินบาทต่อเงินสกุลอื่นๆ ผ่านทาง

- บัญชีเดินสะพัดจะบันทึกเงินเข้าออก (ดุลการค้าและดุลบริการ)
- ดุลการค้าของไทยในปี 2564 มีโอกาสที่ไทยจะเกินดุลการค้า เนื่องจากแนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในปี 2564 หลังจากเศรษฐกิจฟื้นจากผลกระทบจากโควิด-19 และการค้าโลกมีโอกาสขยายตัว ส่งผลกระทบทำให้ความต้องการเงินบาทเพิ่มขึ้น
- ดุลบริการมีแนวโน้มลดลง หลังจากโควิด-19 ระบาดในนานาประเทศ ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติชะลอการท่องเที่ยวต่างประเทศ มีความเสี่ยงที่ความต้องการเงินบาทลดลง
- บัญชีทุนเคลื่อนย้าย
- มีแนวโน้มที่นักลงทุนต่างชาติจะลงทุนในไทยเพิ่มขึ้น เนื่องจากเจพีมอร์แกนชี้ตลาดหุ้นไทยปีหน้ามีลุ้นพุ่งแรง 20% และ Bloomberg จัดอันดับให้ไทยเป็นประเทศ Emerging Market ที่จะมีเศรษฐกิจแข็งแกร่งที่สุดในโลกปีหน้า ! แซงหน้ารัสเซีย เกาหลีใต้ ไต้หวัน มาเลเซีย และทุกประเทศกำลังพัฒนาอื่นๆในโลกเพราะอุตสาหกรรมในหลายภาคส่วนยังมีโอกาสฟื้นตัว ทั้งนี้มีโอกาสที่นักลงทุนต่างชาติจะซื้อ Bond เพิ่มเพราะดอกเบี้ยของไทย มีอัตราผลตอบแทนมากกว่าสหรัฐฯ
- บัญชีเงินสำรองระหว่างประเทศ

แสดงให้เห็นว่า ไทยมีรายรับเงินสกุลอื่นๆมากขึ้นทำให้เงินสำรองระหว่างประเทศเพิ่มขึ้น เท่ากับว่าเงินไหลเข้าไทยมากกว่าเงินไหลออก
สรุปดุลการชำระเงินของไทยมีโอกาสทำให้ค่าเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯมีแนวโน้มแข็งค่า หลังจากนักลงทุนต่างชาติลงทุนในไทยเพิ่มขึ้นขึ้น
ปัจจัยที่สองนโยบายทางการเงินจากธนาคารแห่งประเทศไทย
ธนาคารแห่งประเทศไทยสามารถกำหนดปริมาณเงินบาทในระบบการเงินผ่านมาตรการต่างๆ เช่น การกำหนดดอกเบี้ยนโยบาย ,การซื้อขายพันธบัตรจากภาคเอกชนหรือรัฐบาล ,และการกำหนดอัตราเงินสดสำรองของธนาคารพาณิชย์ ซึ่งมาตรการเหล่านี้จะส่งผลให้ความต้องการเงินบาทเปลี่ยนแปลงไป และทำให้ค่าเงินบาทเปลี่ยนแปลงตาม
และแนวโน้มนโยบายทางการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทยในตอนนี้ อาจทำอะไรไม่ได้มาก เนื่องจากกระทรวงการคลังสหรัฐฯขึ้นบัญชีไทย, ไต้หวัน และอินเดีย เป็นประเทศล่าสุดที่ถูกจับตามอง เนื่องจากอาจมีการใช้มาตรการลดค่าเงินเมื่อเทียบกับสกุลดอลลาร์ หากธนาคารแห่งประเทศไทยเข้าดูแลค่าเงินบาท มีความเสี่ยงทำให้สหรัฐฯเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรไทย
สรุปนโยบายทางการเงินจากธนาคารแห่งประเทศไทย ที่อาจไม่มีมาตรการรับมือค่าเงินบาทแข็ง เป็นปัจจัยโอกาสทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่าต่อเนื่อง
สามปัจจัยจาก US Dollar Index ในช่วงของประธานาธิบดีสหรัฐฯคนที่ 46 อย่างโจ ไบเดน โดยนโยบายที่กระทบค่าเงิน US Dollar Index ได้แก่ นโยบายการคลังและการเงิน
ด้านเศรษฐกิจ
- Buy American งบประมาณลงทุนกว่า 7 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
- โดยการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า ระบบเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ 5G และเทคโนโลยี AI 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
- งบประมาณสำหรับรัฐบาลกลางในการซื้อสินค้าและบริการจากบริษัทอเมริกัน 4 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
- ลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน งบ 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และช่วยกระตุ้นการจ้างงานสหรัฐฯ
- ขึ้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็น 28% จากเดิม 21%
- ขึ้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็น 39.6% จากเดิม 37%
ด้านต่างประเทศ
- สร้างความสัมพันธ์กับประเทศพันธมิตร
- ไม่สนับสนุนการขึ้นภาษีสินค้าจีน
- เดินหน้าความตกลงที่ครอบคลุมและก้าวหน้าสำหรับหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก(CPTPP)สรุปนโยบายโดยรวมของโจ ไบเดน มีแนวทางทำให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่า เนื่องจากการกระตุ้นเศรษฐกิจในหลายรูปแบบ ทำให้ค่าเงินเงินต่อดอลลาร์มีโอกาสแข็งค่า
ส่วนการใช้นโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯในปี 2564
มองว่าไม่น่าจะมีการขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย และคงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) วงเงินรวม 1.2 แสนล้านดอลลาร์/เดือน แบ่งซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐวงเงิน 8 หมื่นล้านดอลลาร์/เดือน และอีก 4 หมื่นล้านดอลลาร์/เดือน ซื้อตราสารหนี้ที่มีสินเชื่อที่อยู่อาศัยเป็นหลักประกันการจำนอง (MBS) เนื่องจากธนาคารกลางสหรัฐฯมีเงื่อนไขในการขึ้นดอกเบี้ยและลดมาตรการกระตุ้นต่างๆ 3 อย่างได้แก่
- การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในสหรัฐฯต้องลดลง
- อัตราการว่างงานในสหรัฐฯต้องกลับมาอยู่ที่ก่อนที่เกิดโควิด-19 ก็คือ 3.5%
- อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยต่อปีของสหรัฐฯต้องมากกว่า 2%
จาก 3 เงื่อนไขดังกล่าวอย่าง การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในสหรัฐฯยังเพิ่มขึ้นแสนรายต่อวัน ส่วนอัตราการว่างงานในสหรัฐฯในเดือน ต.ค. ปี 63 แตะ 6.9% และสุดท้ายอัตราเงินเฟ้อเดือน ต.ค. อยู่ที่ 1.18% เท่านั้น ทำให้ปิดโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยในปี 2564 และธนาคารกลางสหรัฐฯมีโอกาสเพิ่มนโยบายทางการเงินที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย เนื่องจากต้องกระตุ้นเศรษฐกิจหลังจากจบการระบาดของโควิด-19 มีโอกาสเห็นดอลลาร์อ่อนค่า ส่งให้ค่าเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯแข็งค่า
ปัจจัยสุดท้ายการระบาดโควิด-19 ระลอกใหม่ในไทยกดดันเศรษฐกิจไทย
ภาคเศรษฐกิจไทยที่โดนผลกระทบจากโควิด-19 มากที่สุด คือ ภาคการท่องเที่ยวที่มีมูลค่าในปี 2562 มากกว่า 16% ของ GDP ไทยปี 2562(โดย GDP62 16.8 ล้านล้านบาท ) นับเป็นมูลค่า 2.7 ล้านล้านบาท โดยแบ่งเป็นรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ 10% ของ GDP มูลค่า 1.68790 ล้านล้านบาท และรายได้จากนักท่องเที่ยวในประเทศ 6% ของ GDP มูลค่า 1.01274 ล้านล้านบาท
ยังไม่นับรวมการจ้างงานจากภาคการท่องเที่ยวที่กำลังจะหายไปในระยะสั้น กดดันให้แนวโน้มภาคการท่องเที่ยวหดตัว นักท่องเที่ยวต่างชาติหาย แต่ยังดีที่ภาคการผลิตมีแนวโน้มขยายตัวการส่งออกขยายตัว กระทบต่อความต้องการค่าเงินบาทอาจเพิ่มขึ้นไม่มากเท่าที่ควร เพราะการส่งออกขยายตัวได้เงินเป็นดอลลาร์และแลกเป็นเงินบาทมากกว่า แต่ความต้องการค่าเงินบาทที่เกิดจากนักท่องเที่ยวต่างชาติหายไป
และการแข็งหรืออ่อนค่าของเงินบาททุกๆ 10 สตางค์ จะกระทบต่อมูลค่าทองคำไทยประมาณ 60-80 บาทต่อ 1 บาททองคำ
ทั้งนี้การส่งออกไทยมีการขยายตัวซึ่งได้เงินเป็นดอลลาร์และแลกเป็นเงินบาทมากขึ้น เพิ่มความต้องการค่าเงินบาทเพิ่มขึ้น
สรุปแนวโน้มค่าเงินบาทในปี 2564 มีโอกาสที่จะเห็นการแข็งค่าของบาทต่อดอลลาร์(กรอบการเคลื่อนไหว 29.20 -31.10) เนื่องจาก
- ดุลการชำระเงินของไทยมีโอกาสทำให้ค่าเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯมีแนวโน้มแข็งค่า หลังจากนักลงทุนต่างชาติลงทุนในไทยเพิ่มขึ้นขึ้น
- นโยบายโดยรวมของโจ ไบเดน มีแนวทางทำให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่า เนื่องจากการกระตุ้นเศรษฐกิจในหลายรูปแบบ ทำให้ค่าเงินเงินต่อดอลลาร์มีโอกาสแข็งค่า
- การคงดอกเบี้ยต่ำของธนาคารกลางสหรัฐฯทำให้ US Dollar Index อ่อนค่า
- การส่งออกไทยมีการขยายตัวซึ่งได้เงินเป็นดอลลาร์และแลกเป็นเงินบาทมากขึ้น เพิ่มความต้องการค่าเงินบาทเพิ่มขึ้น

